เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๔ ก.ย. ๒๕๕๙

 

เทศน์เช้า วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะเนาะ เราฟังธรรมะกัน เราขวนขวายมาทำบุญกุศลกัน บุญกับบาป บุญและบาป ถ้าทำบุญกุศล บุญ เวลาสิ่งที่เป็นความปรารถนาของเราว่าบุญเป็นความสุข บาปเป็นความทุกข์ความยากไง ถ้าบุญเป็นความสุข ความสุขสมความปรารถนาหรือไม่ ถ้ามันไม่สมความปรารถนา เห็นไหม กรรมเก่า กรรมใหม่ เวลามีกรรมต่อกันๆ ก็ว่าเวรกรรมๆ ถ้าเวรกรรมนะ เราทำแต่กรรมชั่วมาใช่ไหม เราไม่ทำกรรมดีมาใช่ไหม เราต้องทำกรรมดีมา ถ้าไม่ทำกรรมดีมา ไม่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ สิ่งที่สูงสุดของเราคือความเกิดเป็นมนุษย์ เราได้มนุษย์สมบัติของเรามา ถ้าเราได้มนุษย์สมบัติของเรามาแล้ว สิ่งนี้เป็นบุญกุศล มนุษย์สมบัติ การได้มนุษย์สมบัติมีค่ามาก มีค่าเพราะอะไร เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์ไง

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้ในภพของมนุษย์ เทวดา อินทร์ พรหมไม่ไปตรัสรู้ เทวดา อินทร์ พรหมเวลาต้องการธรรมะต้องมาฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาเทวดา อินทร์ พรหมต้องมาฟังเทศน์หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นของเรา เพราะอะไร เพราะต้องการปรารถนาความจริงอันนี้ไง ถ้าปรารถนาความจริงอันนี้

เวลาทำกรรมๆ เราบอกว่าเรามีแต่กรรมชั่วๆ ไง เห็นไหม เราดูข่าวนะ เวลาไอ้ลูกฆ่าพ่อลูกฆ่าแม่ ลูกฆ่าพ่อลูกฆ่าแม่ แหม! สะเทือนใจมากนะ ความสะเทือนใจมาก นี่เป็นอนันตริยกรรม คนที่มีสติปัญญาเขาทำไม่ได้ เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ มันเป็นอนันตริยกรรม เป็นกรรมหนัก กรรมที่รุนแรงมาก เพราะอะไร เพราะพ่อแม่เราให้ชีวิตเรามาไง พ่อแม่ให้ชีวิตนี้มานะ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกเพราะพ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา พ่อแม่มีบุญคุณมาก มีบุญคุณมาก ท่านให้ชีวิตนี้มา ดูสิ เรามีทรัพย์สินใดๆ มาก็เป็นของเราๆ ทั้งนั้นน่ะ ก็เป็นทรัพย์สินของเรา ทรัพย์สินของเรามันจะโต้แย้งเราไม่ได้เลยเพราะเป็นทรัพย์สินของเราไง

นี่ก็เหมือนกัน เราเป็นสมบัติของพ่อของแม่ เราเกิดมาจากพ่อจากแม่ ทำไมเวลาคนที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนขาดสติ เป็นคนที่จิตเสียจริต ถ้าเสียจริตไปแล้ว คนที่เสพยาจนขาดสติ คนที่เสียสติถึงทำได้อย่างนั้น เพราะเขาเสียสติของเขาไป ทีนี้คำว่า “เสียสติๆ” สุขภาพกาย สุขภาพใจ

ถ้าสุขภาพกาย สุขภาพกายจะหาได้ด้วยการออกกำลังกาย ด้วยการดูแลรักษาตัวเราเอง เราได้สุขภาพกายที่ดีมา

สุขภาพจิตๆ เรามาวัดมาวากัน มาทำบุญกุศลกันนี่สุขภาพจิต ถ้าเรามีสุขภาพจิตที่ดี ที่ว่าเขาเสียจริตของเขาไปๆ แต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ เดี๋ยวนี้ถ้าไปฟิตเนสเขาก็มีคนแนะนำเรื่องอาหาร เรื่องอะไรทำให้ดี เวลาสุขภาพจิตที่เสียหายเขาก็ไปหาหมอ จิตแพทย์เขาก็แก้ไขขึ้นมาให้เป็นปกติไง นี่เป็นเรื่องโลกๆ เรื่องของโลก เรื่องของโลกก็ทำได้ เรื่องของโลกก็ทำได้ แต่เวลาเราจะเอาธรรม ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สุขภาพกาย พระฉันมื้อเดียว นี่สุขภาพกาย อาหารไม่เหลือเฟือ อาหารพอดำรงชีพเท่านั้น ร่างกายต้องการอาหารเพียงเท่านี้เอง นี่สุขภาพกาย เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา การเดินจงกรม เดินจงกรมร่างกายจะแข็งแรงมาก การเดินจงกรมนะ เกิดสมาธิขึ้นมาได้สมาธิจะมั่นคงมาก นี่สุขภาพกาย

ถ้าสุขภาพใจๆ ล่ะ สุขภาพใจที่แข็งแรง มีศรัทธามีความเชื่อ เวลาศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา พอศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา มันมีเหตุมีผลเหนือกิเลสไง

เวลาสุขภาพจิตที่มันดี เป็นสัมมาสมาธิแล้วมันก็ยังตั้งมั่นๆ เดี๋ยวมันก็เรรวน มันไม่มีคุณธรรมในหัวใจ ถ้ามันมีคุณธรรมในหัวใจขึ้นมา ศึกษาธรรมะๆ ศึกษาด้วยปัญญาไง ปัญญาอย่างนี้เป็นปัญญาที่เกิดจากการศึกษา เกิดจากสุตมยปัญญา ปัญญาศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันยังไม่เป็นสัจธรรมของเรา เวลาไม่เป็นสัจธรรมของเรา ดูสิ เวลาคนสุขภาพจิตที่เขาเสียหายเขาไปหาหมอ หมอเขาแก้ไขได้ๆ แก้ไขเป็นปกติได้ไง แต่นั่นมันเป็นโลกียปัญญา เป็นปัญญาของโลก

ถ้าเป็นปัญญาของธรรมๆ ล่ะ ปัญญาของธรรม เวลาจิตมันสงบแล้วมันเกิดปัญญาขึ้นมา มันเกิดภาวนามยปัญญา ธรรมโอสถๆ มันเกิดตรงนั้นน่ะ ถ้ามันเกิดตรงนั้น มันเกิดขึ้นมา ถ้ามันเกิดขึ้นมามันจะทำอย่างนั้นไม่ได้

เรามาวัดมาวากันเพื่อบุญกุศลของเรา ถ้าบุญกุศลของเรา สิ่งที่มันจะคิดร้ายคิดชั่ว เราพยายามฝืนมันๆ ฝืนมันด้วยสติด้วยปัญญาไง ด้วยสติปัญญา

เขาว่า เวลาเกิดมา เวลาเขาทำร้ายกัน มันเป็นเรื่องกรรมเก่าๆ...ใช่ มันมีส่วนทั้งนั้นน่ะ เวลาเรื่องเวรเรื่องกรรมนะ กรรมเก่า กรรมใหม่ ถ้ากรรมเก่า เราเกิดมาเป็นมนุษย์ อำนาจวาสนามหาศาลเลย เพราะการเกิดเป็นมนุษย์นี่อริยทรัพย์ อริยทรัพย์เพราะอะไร เพราะมนุษย์มีสมอง มนุษย์มีสติมีปัญญา

มนุษย์ ดูสิ มนุษย์ถ้าเกิดมาท่ามกลางครูบาอาจารย์ที่ดี ท่านจะชักนำเราไปที่ดีไง แต่กิเลส กิเลสในใจมันกีดมันขวาง มันจะไปด้วยไหมล่ะ มันไม่ไปด้วยทั้งนั้นน่ะ เวลาไม่ไปด้วย ดูสิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทวทัตๆ เกิดมาเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วมาบวชเป็นพระด้วยกัน เวลาบวชเป็นพระขึ้นมา เทวทัตเวลามักใหญ่ใฝ่สูง เทวทัตจะปกครองสงฆ์ เทวทัตทำร้ายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทวทัตปล่อยช้างให้ชนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทวทัตจ้างนายแม่นธนูไปฆ่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำทุกๆ อย่างเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีแต่ความเมตตา มีแต่ความจะแก้ไขๆ นี่กรรมเก่า กรรมใหม่ไง เพราะกรรมเก่ามันผูกพยาบาทกันมา

เราบอกว่าเรื่องกรรมๆ แล้วแก้ไขไม่ได้ เรื่องกรรมแก้ไขไม่ได้

ถ้าเรื่องกรรมแก้ไขไม่ได้ พระอรหันต์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราเป็นปุถุชนคนหนาด้วยกิเลส เวลามันด้วยสติด้วยปัญญาของเรา มันก็เบาบางลงเป็นกัลยาณปุถุชน ถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริงมันยกขึ้นสู่โสดาปัตติมรรค ถ้ามีสติปัญญาขึ้นไปมันแก้ไขของมันไป มันจะเป็นโสดาปัตติผล ถ้าเป็นโสดาปัตติผล นี่อีก ๗ ชาติ คำว่า “อีก ๗ ชาติ” แล้วกรรมเก่าๆ มันตามไม่ทันทำอย่างไรล่ะ ถ้ากรรมมันคงที่ตายตัวขึ้นมามันก็ต้องล้างต้องผลาญกันไปตลอดใช่ไหม

เวลาเทวทัตๆ ผูกพยาบาทกันมาตลอด แต่เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก้ไขๆ ขึ้นมา พอแก้ไขขึ้นมาๆ โดยเทวทัตสำนึกได้ เทวทัตสำนึกผิดนะ เทวทัตได้สำนึกผิด สำนึกผิดเพราะอะไร เราทำลายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขนาดนี้ เราตั้งใจส่งคนไปฆ่า เรายุยงส่งเสริมให้เขาปล่อยช้างออกไปทำลายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วใครทำก็ไม่สำเร็จ ใครทำก็ไม่สำเร็จ ฉันทำเองเลย เขาคิชฌกูฏขึ้นไป กลิ้งก้อนหินลงมาจะทับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยน่ะ ตั้งใจฆ่าๆ กี่รอบๆ แต่เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เวลาเทศนาว่าการมา ให้อภัยตลอดๆ นี่กรรมเก่า กรรมใหม่

จะบอกว่าเรื่องกรรมๆ แล้วเรื่องกรรมมันต้องตายตัวใช่ไหม เรื่องกรรมแล้วเราต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือ เรื่องกรรมแล้วเราต้องยอมจำนนใช่ไหม

เรื่องกรรมมันก็เป็นเรื่องจริตนิสัย ความชอบ มันชอบอย่างนั้นๆ ไง ดูสิ คนพาล เราไปชวนให้มันทำความดีมันโกรธเรานะ นี่ไง เพราะมันชอบอย่างนั้น มันเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเขาได้มีจริตนิสัยค่อยๆ กล่อมเกลาเขาขึ้นมามันก็เปลี่ยนแปลงได้

เทวทัตยังได้สำนึกนะ พอเทวทัตสำนึก ตั้งใจจะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไปขอขมาไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก้ไขตลอด คำว่า “แก้ไข” นะ เวลาเทศนาว่าการ เวลาพระมาฟังแล้วไปเล่าต่อกันไง มันก็ไปถึงหูไง พอถึงหู เราทำขนาดนี้ เราทำขนาดนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีแต่ความเมตตา มีแต่ความเมตตา เวลาจะคิดได้ พอคิดได้ขึ้นมาจะไปขอขมาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่าเทวทัตจะไม่ได้เห็นหน้าเราแล้วล่ะ เทวทัตจะไม่ได้เห็นหน้าเราแล้วล่ะ

ก็ตั้งใจมา ตั้งใจมา ก็จะมา เวลาเขาผูกอาฆาตมาดร้ายนะ มีแต่ความเมตตาทั้งนั้นน่ะ แต่เวลาเขาจะมาขอขมาลาโทษ เขาจะไม่เห็นหน้าเราแล้วล่ะ เพราะอะไร เพราะกรรมเขาทำของเขาไว้ เขาทำไว้มหาศาล

ดูสิ เวลาฆ่าพ่อฆ่าแม่ อนันตริยกรรม ไอ้นี่จ้างคนไปฆ่า ให้ช้างไปฆ่า ฆ่าไม่ได้ ฆ่าเสียเอง อนันตริยกรรม อนันตริยกรรมมันรุนแรง ทั้งๆ ที่เมตตานะ กรรมเก่า กรรมใหม่ ทั้งๆ ที่เขาก็สำนึกได้ของเขา แต่เวลามาถึงแล้วไปถึงหน้าเชตวันจะเข้าไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความเคารพนะ ถ้าเมื่อก่อนไม่เคารพก็มุทะลุเข้าไปเลย พอมันสำนึกได้อะไรได้นะ ร่างกายสกปรกไง อยากจะชำระล้างให้มันสะอาดเสียก่อน จะนุ่งห่มให้สวยงาม จะเข้าไปขอขมาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลงจากแคร่ก็ไปเลยนะ ธรณีสูบไปทันทีเลย

กรรมเก่า กรรมใหม่ เราจะพูดคำว่า “กรรมไม่ใช่ของตายตัว” เทวทัตยังสำนึกได้ ความสำนึกได้ เราอย่าไปผูกมัดกับมัน เวลาผูกมัดกับเรื่องกรรมๆ เรื่องกรรมมันเป็นอจินไตย คำว่า “อจินไตย” เราจะแยกแยะอย่างไรเป็นทางวิทยาศาสตร์ให้มันเห็นชัดเจนชาตินู้นชาตินี้น่ะ เพราะการเกิดมันไม่มีต้นไม่มีปลาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย้อนอดีตชาติไป นับไม่ได้ คำว่า “นับไม่ได้” มันซับซ้อนมาจนเป็นอจินไตย ฟอสซิลของจิตมันละเอียดกว่าความรู้สึกเราเยอะแยะเลย

เวลามันมีอย่างนั้นขึ้นมา เวลาสิ่งใดมันเกิดขึ้นมา เราเกิดมาในชาตินี้ ในชาติปัจจุบันนี้เราเกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอน สอนเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เราไม่จองเวรจองกรรมใครทั้งสิ้น มันจะมีเวรมีกรรมขึ้นมาเราก็สาธุ สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขๆ เถิด ขอให้เธอเป็นสุขเถิด แต่อย่าทำร้ายเรานะ เป็นสุขๆ แต่อยู่ห่างๆ อย่าเข้ามาใกล้ เป็นสุขๆ เถิด แต่อย่าเข้ามาใกล้ๆ ไม่ไหว ให้เขาอยู่ของเขาอยู่อย่างนั้นน่ะ ทุกข์ของบัณฑิตคืออยู่ใกล้คนพาล แต่คนพาล คนหนามันก็คิดของมันอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่เราก็ให้อภัยเขา แต่อยู่ห่างๆ อยู่ห่างๆ อย่าเข้ามาใกล้ สพฺเพ สตฺตา เลย

นี่ไง ถ้ามันคิดได้ เราคิดของเราได้ ถ้าเขาคิดของเขาได้ก็เป็นบุญกุศลของเขา ถ้าเป็นบุญกุศลของเขา เขาคิดได้เขาก็แก้ไขของเขา ถ้าเขาแก้ไขของเขา พันธุกรรมของจิตๆ มันเกิดตรงนี้แหละ คนคิดอย่างใด ย้ำคิดย้ำทำมันเป็นจริตเป็นนิสัย เธอย้ำคิดย้ำทำ ทำอยู่อย่างนั้นๆ มันจะเป็นจริตของเธอ เป็นนิสัยของเธอ กรรมมันเกิดตรงนี้ กรรมเกิดจากการกระทำ

แล้วเกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราก็แก้ไขของเราๆ เราจะเปลี่ยนพันธุกรรมของมัน เราเปลี่ยนพันธุกรรมด้วยสติยับยั้งของเรา ถ้าเรามีสติยับยั้งของเรา ยับยั้งไม่ให้จิตมันเป็นไปอย่างนั้นไง สภาวะแวดล้อมเป็นอย่างนั้น ดูโลกร้อนสิ อุณหภูมิในมหาสมุทรแค่องศาเดียว ดูเฮอริเคนมันเข้ามาสิ ความร้อนของมันแค่องศาเดียวนะ เวลาสภาวะแวดล้อมๆ

นี่ก็เหมือนกัน สิ่งเร้าใจๆ สภาวะแวดล้อมที่มันดึงหัวใจเราไป ถ้ามันดึงหัวใจเราไปนะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราก็ยับยั้งมันไว้ไง มีสติมีปัญญายับยั้งไว้ๆ เราจะเปลี่ยนสภาวะแวดล้อมในหัวใจเราให้ดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนสภาวะแวดล้อมในหัวใจเราให้ดีขึ้น เวลาเรามีสติปัญญาขึ้นมามันจะเป็นประโยชน์กับเราไง นี่ไง กรรมเก่า กรรมใหม่

เวลาพระพุทธศาสนาสอนเรื่องกรรมๆ ให้เชื่อกรรม...ใช่ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่เราจะทำคุณงามความดีของเรา เราจะทำคุณงามความดีของเรา นี่ยกเหตุยกผลขึ้นมาให้เห็นไง ให้เห็นแล้วเราอย่าไปท้อแท้ อย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจอะไรทั้งสิ้น มันเป็นข้อเท็จจริงอย่างนั้น มันอยู่ในกำมือของเราน่ะ กรรมคือการกระทำ ทีนี้การกระทำอันนี้มันเกิดมโนกรรมก่อน มโนกรรมคือมันคิด มันจินตนาการ มันถึงทำออกไป แต่เวลาทำก็ทำจากมือของเรานี่แหละ ถ้ามือของเราทำแต่สิ่งที่ดีๆ มันจะเอาสิ่งใดมา

ดูสิ เวลาพระบวชมา พระอยากเป็นพระอรหันต์ทั้งนั้นน่ะ ใครบวชมาก็อยากภาวนาดีๆ ทั้งนั้นน่ะ ใครบวชมาแล้วก็อยากได้ศีล สมาธิ ปัญญา มันจะเกิดมรรคเกิดผลขึ้นมาในใจทั้งนั้นน่ะ แต่เวลาทำไปๆ แล้ว ทำไปมันก็เป็นความมุมานะ ความอุตสาหะของตนไง ถ้าความมุมานะ ความอุตสาหะของตน มัชฌิมาปฏิปทา ไม่ตกไปทางสองส่วน อัตตกิลมถานุโยค กามสุขัลลิกานุโยค ให้มันมัชฌิมาปฏิปทา มัชฌิมาปฏิปทาก็เป็นมัชฌิมาปฏิปทาของเรานะ มัชฌิมาปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้ธรรมเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว ถ้ามัชฌิมาปฏิปทาของเราๆ...ใช่ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางธรรมวินัยนี้ไว้ แต่เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันต้องเป็นมัชฌิมาของเราไง มัชฌิมาของเรา เห็นไหม

เธอย้ำคิดย้ำทำจนเป็นจริตนิสัยของเธอ ถ้าเธอทำสิ่งใดมันจะเป็นเวรเป็นกรรมของเธอ นี่ไง ถ้าย้ำคิดย้ำทำมันเป็นจริตนิสัย ถ้ามัชฌิมาของเรามันสมดุลของมัน ถ้าสมดุลของมัน เราปฏิบัติของเรา เราทำคุณงามความดีของเรา เราปฏิบัติของเราให้เป็นมัชฌิมาปฏิปทาของเราไง เพราะมัชฌิมาปฏิปทาของเรา ดูสิ มัชฌิมาปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเผชิญกับเทวทัตมาตั้งแต่ชูชก มาตั้งกี่ภพกี่ชาติ เวลามันเกิดมาแล้ว เกิดมาเป็นพี่เป็นน้องกันอีกต่างหาก เกิดมาแล้วก็เป็นเทวทัต เป็นลูกกษัตริย์เหมือนกัน

มัชฌิมาปฏิปทาอย่างนั้นเวลามันเป็นจริงๆ มันเป็นจริงในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันถึงเป็นจริงในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่มันเป็นสากลไง สากลคืออริยสัจมันมีหนึ่งเดียวไง จิตนี้กลั่นออกมาจากอริยสัจ จิตของใครก็แล้วแต่ถ้ามันมีอำนาจวาสนามันจะกลั่นออกมาจากอริยสัจไง ถ้ามันจะกลั่นออกมาจากอริยสัจ มันต้องกลั่นออกมาจากจิตดวงนั้นไง ถ้าจิตดวงนั้น

ถ้าจิตดวงใดไม่มีมรรค จิตดวงนั้นก็ไม่มีผลไง มรรคมันเกิดขึ้นจากอะไร มรรคมันเกิดจากศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามันเกิดจากจิตดวงนั้น จิตดวงนั้นมีความมุมานะ มีการกระทำขึ้นมา มันก็เกิดจากจิตดวงนั้น ถ้าจิตดวงนั้นมีการกระทำขึ้นมา ถ้ามันมัชฌิมาปฏิปทามันก็สมุจเฉทปหาน มันก็สำรอกคายกิเลสในจิตดวงนั้น จิตดวงนั้นมันก็เป็นอริยสัจอันเดียวกันนั่นแหละ อริยสัจมันมีหนึ่งเดียว หนึ่งเดียวเท่านั้น จะเป็นพระอรหันต์ประเภทไหน ทำอย่างใดก็แล้วแต่ มันจะลงอันเดียวกัน แต่มันอยู่ที่อำนาจวาสนาของคนไง

นี่พอพูดถึงอำนาจวาสนา เราก็มือเท้าอ่อนเลย “วาสนาเราไม่ถึง วาสนาเราแค่นี้ไง” มือเท้าอ่อนเลย วาสนามันเป็นความเชื่อของเรา วาสนาก็เป็นความเกิดของเรา วาสนาก็ที่เราเป็นมนุษย์นี่ เราวาสนาสูงส่ง วาสนานี้มหาศาลเลย เพราะสิทธิความเป็นมนุษย์ ไปดูสัตว์สิ จนมนุษย์คิดไปนะว่าสัตว์มันเกิดมาเป็นอาหารของมนุษย์

มันมีตำราไหนเขาว่าไว้อย่างนั้นไม่รู้ว่าสัตว์มันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ แต่มันเป็นความคิดของมนุษย์ มนุษย์ทำฟาร์มขึ้นมา ลงทุนลงแรงแล้วก็ว่าสัตว์เป็นของเราไง พอเราเลี้ยงดูแลแล้วเราก็มีสิทธิในชีวิตมันเพราะเราเป็นคนทำมันขึ้นมาไง แต่ความจริงถ้าธรรมะเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติของชีวิตมันก็รักชีวิตทั้งนั้นน่ะ

โดยกฎหมาย โดยสิทธิ ไม่ใช่ แต่โดยธุรกิจ โดยเศรษฐศาสตร์โดยทางโลก ใช่ เพราะมันเป็นของเขา เป็นของเขา ถ้าเราอยากไถ่ชีวิตเขาก็เสียสตางค์ไง อยากไถ่ชีวิตสัตว์ก็จ่ายสตางค์ อยากไถ่ชีวิตโคกระบือ เราก็เสียเงิน ไอ้นี่มันเป็นเรื่องของโลกนะ โลกกับธรรมอยู่ด้วยกัน

หลวงตาท่านพูดบ่อย โลกกับธรรมอยู่ด้วยกัน เหรียญมีสองด้าน ด้านหนึ่งคือด้านของโลก เราเกิดมากับโลก อย่าขวางโลก การประพฤติปฏิบัติของเราอย่าไปกีดไปขวางเขา เราไม่กีดไม่ขวางเขา เราถึงได้หลบได้หลีก เราหลีกเร้นเข้าไปในที่หลีกเร้นของเรา หลีกเร้น นี่ในการประพฤติปฏิบัติ แล้วเราหลบหลีก หลบหลีกโลก โลกมันรุนแรงนัก กระแสสังคม กระแสโลกมันรุนแรง เราหลบเราหลีกไป หลบหลีกไปในที่สงัดในที่วิเวก ในที่เป็นสัปปายะ แล้วเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมา

แล้วถ้าเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้าเป็นความจริง ความจริงคือความจริง ความจริงมันอยู่ที่ไหนก็คือความจริง ความจริงนั้นถ้ามันอยู่ในใจดวงใด ใจดวงนั้นมันมีความจริงในใจดวงนั้น ถ้ามีความจริงในใจดวงนั้น นั่นน่ะมันเป็นประโยชน์ ศาสนทายาท ธรรมทายาท เป็นทายาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วถ้ามันมีธรรมทายาทมันก็มีธรรมโอสถไง ธรรมโอสถก็นี่ไง แก้ไข แก้ไขดัดแปลง เวลาคนมันหลงผิดไป คนที่กิเลสหนาปัญญาหยาบแล้วไม่มีเหตุมีผล ถ้ามาปรึกษา มาถามปัญหา ท่านตอบให้ได้ๆ ไง นี่ธรรมโอสถๆ ไง แต่ถ้าเราไม่มีขึ้นมา มันจืดๆ ชืดๆ มันก็พูดไปเป็นน้ำใจกันทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้าเป็นจริงๆ มันเป็นจริงอย่างนี้ เห็นไหม นี่ฟังธรรม

เรามาทำบุญกุศลกัน บุญกุศลทำแล้วมันเป็นอามิส มันเป็นทิพย์สมบัติ สิ่งที่เราทำแล้วมันพัฒนาใจเรา สิ่งที่สละวันนี้แล้วมันจะเป็นสดๆ ร้อนๆ อยู่ในใจไปตลอดชาติ ของที่มันจะบูดจะเสียหายมันเสียหายด้วยของนั้น แต่ที่สละออกไปจากใจแล้วมันเป็นทิพย์สมบัติฝังลงที่ใจ สดๆ ร้อนๆ ไม่มีบูดมีเน่า สิ่งที่สละไปแล้วไม่มีบูดมีเน่ากลางหัวใจนั้น นี่ทิพย์สมบัติ แต่มันเป็นอามิส ถ้าเป็นอามิสอย่างนี้ เราทำของเราเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็จืดเดี๋ยวมันก็ชืด

แต่ถ้าเราภาวนาของเรา ศีล สมาธิ ปัญญา นี่สมบัติของเรา อริยสมบัติ อริยทรัพย์ สัจจะความจริง ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเป็นตถาคตนะ หัวใจดวงนี้เวลามันทุกข์มันยาก เราหันหน้าคุยกันทุกข์หมดแหละ แต่เวลามันมีความสุข จิตมันสงบระงับเข้ามา จิตมันสำรอกมันคายออกไป จิตมันเวิ้งว้างของมัน จิตนี้มันหักวัฏฏะ มันพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในกามภพ รูปภพ อรูปภพ นี่รู้แจ้งโลกนอก โลกนอกคือกามภพ รูปภพ อรูปภพ โลกในคือโลกของอวิชชา ของกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ได้หักเรือนยอดของมันแล้วไง จบสิ้นการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ

ฟังธรรมๆ จนจิตดวงนี้มีคุณธรรมขึ้นมาในจิต จิตดวงนี้มีความวิริยอุตสาหะกระทำขึ้นมา จิตดวงนี้จะพ้นจากความทุกข์ความยากในใจนี้ เอวัง